counter 5,051

[FIC]}>ii

}>iiiiii

[FIC]}>ii

}>iiiiii

[FIC]>>>>Pieces

Pieces

Primo

Starring Ueda Tatsuya

เสียงกริ่งดังยาวแสบแก้วหูจบลงไม่ทันไรเสียงเซ็งแซ่ดังกว่าเกิดขึ้นรอบทิศ เหล่านักเรียนชายหญิงในชุดไปรเวท

ทยอยออกมาจากห้องเรียน เหมือนลูกกวาดหลากสีกำลังหลั่งไหลเข้าสู่โถแก้ว คือ ผู้ปกครองที่มายืนรอรับตั้งแต่ก่อนเวลา

เลิกเรียน ทัตสึยะยืนหลบมุมอยู่ตรงประตูใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปรับลูกชายถึงห้องเรียน เด็กผู้ชายป.5 คงไม่อยากเห็น

หน้าพ่อแม่หรือญาติของตัวเองทันทีหลังหมดชั่วโมงเรียนหรอก ข้อสันนิษฐานของมิกะซึ่งผู้เป็นพ่อมีความคิดเห็นตรงกันด้วย

ถ้าที่นี่เป็นบ้านเกิดทั้งคู่คงปล่อยให้ลูกชายเดินกลับบ้านเองแล้ว นึกถึงความหลังเมื่อวัยเยาว์ 3 ทหารเสือกับเจ้าหญิงมิกะ

ไปและกลับโรงเรียนพร้อมกันจนกระทั่งจบม.ปลายปี 2 จุดสิ้นสุดและเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคน 4 คน

เอ๊ะ สวัสดีครับคุณพ่อ วันนี้เราได้ผู้ช่วยแล้วล่ะยามะจัง ยูโตะส่งเสียงทักทาย ความประหลาดใจเกิดขึ้นเล็กน้อย

แต่พอคาดเดาได้ว่าแม่คงมีงานด่วนเข้ามา ดีจังเลยได้ไปบ้านคุณพ่อ โชคดีอาจได้นอนค้างด้วย

เกมที่เพื่อนสนิทคุยว่าเพิ่งซื้อมาและรอที่จะเล่นพร้อมกันคงไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุด

พ่อของเขาตามใจมากกว่าแม่ คงอนุญาตแน่นอน คิดแล้วยิ่งดีใจเพิ่มขึ้นหันไปยิ้มกว้างกับชายหนุ่มที่เดินตามหลังเด็กชาย

คว้ามือคนตัวเล็กกว่าข้างๆฉุดให้ออกวิ่ง

คุณพ่อ พวกผมล่วงหน้าไปรอที่ร้านเครื่องเขียนก่อนนะครับ ตะโกนบอกพลางเร่งฝีเท้าออกแรงลากเพื่อน

แอบกระซิบข้างหูเรียวสึเกะถ้าการบ้านเสร็จเร็ว เราจะได้เล่นเกมที่นายเพิ่งซื้อมาไง

ไม่รอให้ถึงวันหยุดก่อนเหรอ เจ้าของไม่ได้หวง แต่ทักท้วงขึ้นมาเพราะพรุ่งนี้ยังต้องมาโรงเรียน และรู้ด้วยว่านิสัยแม่ของ

เพื่อนเป็นอย่างไร ไม่ดุแต่ไม่ตามใจมากเกินไป ทำผิดข้อตกลงกับแม่ ยูโตะอาจถูกระงับข้อสัญญาหลายๆอย่าง

ถือว่าเป็นลูกผู้ชายไม่รักษาคำพูด จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้อย่างไร

คำสอนของมิกะซังเท่จริงๆเลย ต่างจากแม่ของเขาชอบสอนอะไรแปลกๆ เข้าใจยาก พอถามความหมายต่อ ได้แต่บอกว่า

เดี๋ยวเรียวสึเกะโตเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ก็เข้าใจเองแหละ คงต้องรอไปอีก 10 ปีนะครับ

อย่าลืมสิว่าใครมารับ บุ้ยใบ้ให้ดูคุณพ่อยังหนุ่ม เพื่อนพยักหน้าเข้าใจทันที กะจะให้พ่ออกรับแทนให้สินะ

ทัตสึยะซังเป็นคนเงียบๆแต่ใจดีมากกว่า ยูโตะเคยบอกว่า ความใจดีของพ่อไม่ใช่เพราะความห่างเหินหรือชดเชย

ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เป็นเพราะความอ่อนโยนของคุณพ่อต่างหาก

เรียวสึเกะไม่ต้องถามเลยว่าเพื่อนของเขารู้ได้อย่างไร พอพูดจบคำเฉลย คือ แม่บอกมา

ฟังดูแล้วลึกซึ้งมากกว่าแม่ของเขาที่พูดว่าทัตสึยะซังใจดีเพราะไม่อยากทำให้ตัวเองเสียใจ

ลูกชายเลยมีแต่คำถาม ซึ่งคำตอบเป็นแบบเดิมๆ ไว้โตแล้วจะเข้าใจเอง

หันไปสบสายตาพอดี ใบหน้านิ่งส่งรอยยิ้มให้เล็กน้อย ยูโตะจะป๊อบปูล่าที่โรงเรียนคงไม่ใช่เรื่องน่าสงสัย

ถ้าได้เห็นคุณพ่อกับคุณแม่ เพื่อนของลูกชายยิ้มเขินๆกลับคืนมา ท่าทางจะวางแผนการเรียบร้อยแล้วสินะยูโตะ

ถ้าบอกว่ามิกะไม่ให้ค้างคงเสียใจน่าดู หลังเลิกงานค่อยไปรอรับ บอกว่านอนหลับแล้วดีกว่า

กลับมาถึงที่ห้องเด็กทั้งคู่รีบเร่งทำงานจนแทบจะลืมกินเค้กช็อคโกแลตร้านดังของโปรดที่ไม่ค่อยได้กิน

ทัตสึยะเห็นแล้วอดจะลงมือช่วยไม่ได้ 3 แรงแข็งขันทำให้งานเสร็จก่อนอาหารมื้อเย็น

พ่อมาช่วยพวกเราจนยังไม่ได้ทำข้าวเย็นเลย รอหน่อยนะ

พูดจบรีบเดินเข้าครัวเปิดตู้เย็นเตรียมหยิบของสดที่แวะซื้อก่อนไปรับยูโตะ

เอ่อ ทัตสียะซังครับ ตอนผมแวะเอากระเป๋าไปเก็บ แม่ฝากบอกว่าไม่ต้องทำมื้อเย็นนะครับ

เพราะวันนี้โคจังทำสตูว์ครีมไว้ให้ ทำการบ้านเสร็จให้ผมขึ้นไปบอกครับ

เรียวสึเกะรีบเดินตามเข้ามาในห้องครัวเอ่ยขัดจังหวะการล้างผัก

ไม่เป็นไรหรอก ยามาดะคุงขึ้นไปกินเถอะ ของยูโตะฉันทำเอง

ลูกชายมาที่บ้านทีไร ได้ฝากท้องไว้กับยูซังทุกที เขาไม่ถนัดทำของโปรดของลูกชายเท่าไหร่ แล้วเจ้านี่มักจะบ่นโอดครวญ

ถึงกับข้าวฝีมือแม่ทุกครั้งที่ต้องกินอาหารฝีมือพ่อ ใช่ว่าจะเลวร้าย ทาดะจังกับโชะองไม่เคยปริปากบ่นซักคำ

ว่าไปแล้วสองคนนั่นไม่เคยบ่นอะไรเขาอยู่แล้ว มีแค่คนที่เพิ่งเจอกันอีกครั้งเมื่อวานนี่แหละ บ่นทุกครั้งแต่ก็ยังกิน

คงเพราะตัวเองทำกับข้าวไม่เป็นล่ะมั้ง มิน่าถึงไม่สูง ไม่ค่อยได้กินของดีสินะ นึกถึงแล้วอดค่อนแคะอยู่ในใจไม่ได้

คุณพ่อครับ สตูว์ครีมเชียวนะ ฝีมือโคจังด้วย

ออกอาการอยากกินขึ้นมาทันที เพราะเป็นหนึ่งในเมนูโปรด แถมเป็นฝีมือของผู้ช่วยยูซังอดีตผู้ช่วยเชฟร้านอาหารที่นิวยอร์ค

ออกปากปฏิเสธไปคงไม่ได้อะไร เจอลูกอ้อนหนุ่มน้อยคู่ คงต้องยอมอยู่ดี

งั้นก็ได้ เราขึ้นไปพร้อมกับยามาดะคุง แล้วยกลงมากินที่ห้องเราแล้วกันนะ

ห้องของเพื่อนลูกชายที่เดินยังไม่ค่อยมี บ้านนั้นคงต้องนั่งกินบนเตียงอย่างเดียวถึงจะมีที่พอสำหรับ 3 คน

ขอบคุณครับ ไปกันเถอะยามะจัง แล้วก็ ผมขออนุญาตเล่นเกมด้วยนะครับ การบ้านเสร็จเร็ว ยังไม่ถึงเวลานอนของผมด้วย

รับรองไม่ดึกเนอะ หันไปหาตัวช่วยกระตุกมือเพื่อนให้พยักหน้ารับรองอีกคน

อนุญาตให้เล่นได้ถึงจนกว่าทาดะจังกับโชะองกลับมา พ่อจะไปรับแม่ที่ทำงาน

กว่าเพื่อนของพ่อจะกลับมาเลยเวลานอนวันธรรมดาตั้งครึ่งชั่วโมง คุณพ่อใจดีที่สุดเลย

ยูโตะยิ้มกว้างกว่าเดิม โค้งตัวขอบคุณแทนคำพูด จูงมือเพื่อนซี้เปิดประตูนำออกไปอย่างรวดเร็วว่องไวเหมือนคุณแม่ไม่มีผิด

ลูกบิดประตูถูกหมุนออกโดยไม่จำเป็นต้องเคาะ คนที่เดินนำหน้าชักเท้ากลับรอเพื่อนเจ้าของห้องให้พาไปยังห้องครัว

ผ่านห้องรับแขกซึ่งถูกดัดแปลงให้กลายเป็นห้องทำงาน โต๊ะหลายตัวถูกจัดเรียงวางหันหน้าเข้าหากัน

กระดาษทุกแผ่นในห้องนี้มีค่าเกินกว่าจะแตะต้อง แต่บริเวณอื่นๆถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อยสมกับเป็นที่พักอาศัย

เรียวสึเกะตรงเข้าไปจัดการเปิดฝาหม้อสตูว์ครีม ส่งกลิ่นหอมจนเพื่อนข้างๆยืนเริ่มไม่ติด ผู้ใหญ่ในห้องอื่นต่างก้มหน้าก้มตา

ทำงานโดยไม่ได้สนใจ แต่จะให้เด็ก 2 คนช่วยกันเกรงว่าจะไม่ได้กิน คนที่ลงมือทำจำต้องลุกขึ้นมาจากเก้าอี้

ยกหม้อใบใหญ่ลงจากเตาแก๊สให้

ขอบคุณฮะ โคจัง เรียวสึเกะหันไปหาผู้ช่วยของแม่

บทสนทนายังไม่ได้ดำเนินต่อไปถึงไหน เสียงเคาะประตูถูกดังขัดขึ้นมาก่อน แต่คนอื่นๆก็ไม่ขยับลุกออกไป

จนกระทั่งเรียวสึเกะขยับตัว ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในห้องครัวกับเด็กๆ เดินแซงขึ้นหน้า หันลับมาส่งยิ้มแล้วไปเปิดประตูซะเอง

ขอโทษที่รบกวนครับยูซัง.....เอ่อ..... ทัตสึยะตกใจเล็กน้อยกับชายหนุ่มแปลกหน้า

ทัตสึยะซังจะยกลงไปกินที่ห้องหรือว่าจะกินที่นี่ครับ

เบี่ยงตัวหลบให้ผู้มาเยือนใหม่มองบรรยากาศรอบๆ ตัดสินใจแล้วว่า ห้องตัวเองคงจะดีกว่า

ยูซังล่ะครับ เข้ามายืนอยู่ท่ามกลางเด็กๆ ซึ่งชะเง้อมองรอการตัดสินใจ ท้องน้อยๆส่งเสียงร้องประท้วง

จนผู้ใหญ่สองคนหันมามองหน้า ยิ้มล้อๆเล็กน้อย

คุณพ่อครับ ผมกับยามะจังหิวแล้วนะ โคจังไม่ต้องมาขำ ทำซะน่ากินขนาดนี้ มันก็อดใจไม่ไหวน่ะสิ

หน้าตาบอกว่าเขินแต่ยูโตะยังไม่ยอมทิ้งฟอร์ม โยนให้เป็นความผิดคนอื่นซะเลย

ทัตสึยะหันไปมองชายแปลกหน้า นี่หรือโคจัง รูปลักษณ์ภายนอกขัดกับชื่อเล่นและฝีมืออาหารอันเลื่องลือ

ยังไม่ได้แนะนำตัวตามมารยาท ประตูห้องนอนใหญ่เปิดออกกว้าง หญิงสาวรูปร่างโปร่งสูงกว่ามิกะนิดหน่อย ยืนกอดอก

พิงขอบประตู ทรงผมมัดรวบขึ้นอย่างไม่ใส่ แว่นตากรอบหนาเพิ่มความเคร่งขรึมรวมถึงขอบตาคล้ำเหมือนไม่ได้นอน

เพียงมาหลายวัน สภาพดูสูงวัยกว่าอายุจริงมากนัก

รบกวนทัตสึยะซังด้วยนะคะ น้ำเสียงเนือยๆเอ่ยขึ้นเหมือนไม่ใส่ใจ

ทางผมต่างหากครับ บทสนทนาของคนทั้งคู่ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ตาม ยังคงความสุภาพราบเรียบเช่นนี้เสมอ

ช่องว่างสำหรับเพื่อนร่วมอพาร์ทเมนท์และผู้ปกครองของลูกชาย ถูกจัดวางไว้อย่างเหมาะสมเท่าที่อุเอดะ ทัตสึยะกับยามาดะ

ยูจะมีให้กัน

ทานากะ โคคิ เป็นผู้ช่วยของฉันค่ะ หญิงสาวเอ่ยปากแนะนำให้รู้จักชายแปลกหน้า

ยินดีที่ได้รู้จักครับ ทัตสึยะซัง โคจังของเด็กๆทักทายอย่างสุภาพ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นฝ่ายที่รู้จักทัตสึยะก่อน

เพราะเด็กชายยูโตะมักจะแวะเยี่ยมเยือนห้องนี้บ่อยๆ บางครั้งต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กไปรับเรียวสึเกะที่โรงเรียนอีกด้วย

เขารับรู้ความมีตัวตนของทัตสึยะผ่านคนอื่นๆ การพบหน้ากันครั้งแรกทำให้รู้สึกเกินความคาดหมายไปมาก

เช่นกันครับ ทัตสึยะโค้งตัวตอบ ละเว้นการเรียกชื่อไว้

ให้ผมช่วยยกลงไปข้างล่างไหมครับ โคคิอาสา เพราะมีแววตากลมใสแจ๋ว จ้องอยู่ 2 คู่สื่อให้รู้ชัดว่าหิวแล้ว

ไม่เป็นไรครับ ทัตสึยะบอกปฏิเสธ หันไปพยักหน้าเรียกเด็กๆ

ไปเอาเกมก่อนนะ เรียวสึเกงตรงข้าม ยูมองตามลูกชายก่อนจะฝากฝังไว้กับผู้ช่วยคนเก่ง

ดูแลต่อด้วยนะ โคจัง ยกมือขึ้นโบกเป็นเชิงลา ปิดประตูห้องอย่างไม่สนใจอะไรอีกต่อไป

ค่อนข้างยุ่งน่ะครับโคคิออกตัวแทนคำขอโทษของผู้เป็นเจ้าบ้านแต่ทัตสึยะซังคงชินแล้ว

เจ้าของชื่อมองหน้าอีกคนด้วยความประหลาดใจ ค่อนข้างแน่ใจด้วยซ้ำว่าเพื่งเคยเจอและได้ยินชื่อโคจังออกจากปากลูกชาย

เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ผู้ช่วยคนนี้คงจะอยู่กับยูซังได้นานกว่าคนอื่นๆ

ยูโตะคงมากวนบ่อยๆสินะครับ ทัตสึยะยกหม้อใบเล็กตามหลังลูกชายออกไป

เดือนที่แล้วงานไม่เร่งมาแทบทุกวัน จนมิกะซังบ่นเลยล่ะครับ

ระหว่างเอี้ยวตัวหลบโคคิที่เปิดประตูออก รอยยิ้มบางๆปรากฏบนริมฝีปากผู้ช่วยคนใหม่

เรียกผมว่าโคคิ แววตาขี้เล่นส่องสว่างออกมา หรือจะเรียกว่าโคจังเหมือนยูโตะก็ได้นะครับ

ขอบคุณมากสำหรับเรื่องยูโตะกับสตูว์นะครับ ทานากะคุง ตอบกลับเบาๆแล้วเดินจากไป

โคคิยืนมองส่งร่างนั้นจนลับตา ถอยหลังกลับมา หันมาเจอนายจ้างยืนในท่าเดิมตรงที่เดิม

เป็นไง พูดลอยๆเหมือนไม่ได้รอคำตอบ

ยูโตะหน้าไม่ค่อยเหมือนพ่อเท่าไหร่นะครับ ผู้ช่วยเดินกลับไปที่นั่งประจำของตัวเอง

ตอบอย่างนี้ รีบลงเส้นแล้วมาช่วยลงสีปกต่อเลยดีกว่า

หญิงสาวหายเข้าไปในห้อง พร้อมกับเสียงถอนหายใจดังขึ้นมาอีกหลายเฮือก

ไอ้คิ ช่วยได้เยอะเลยนะแก ผู้ช่วยอีกคนนั่งอยู่ข้างๆวางมือจากการแปะโทน หันมาแขวะเพื่อนร่วมงานที่ยังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ไม่ดีเหรอจะได้ปิดต้นฉบับเร็วๆ ว่าพลางหยิบปากกาขึ้นมาตัดเส้น

อาจารย์มีไฟมันก็ดีอยู่หรอก แต่แกเร่งเติมเชื้อซะจนพวกฉันอยากจะมีมือเพิ่มอีกซัก 10 มือ

ฉันแค่พูดไปตามที่รู้มาก็เท่านั้น เพื่อนได้ฟังคำตอบของโคคิ ส่ายหัวหันหน้ากลับเข้าทำงานตัวเองต่อไป อยู่มาแค่ 2 เดือน

นอกจากจะมองเรื่องราวอย่างทะลุปรุโปร่งยังกล้าหาญตอบคำถามเกี่ยวกับทัตสึยะซังไปแบบนั้นซะด้วย

คนเข้าๆออกๆรับจ็อบพิเศษแต่อยู่มาเกือบปีอย่างเขา ไม่เคยตอบคำถามตรงใจอาจารย์ซักครั้ง

คิดไม่ผิดจริงๆที่ให้หมอนี่มาสมัครเป็นผู้ช่วย อย่างน้อยคงมาช่วยให้อะไรๆมันดีขึ้นจากเมื่อก่อนบ้าง

มื้อเย็นผ่านไปอย่างเรียบร้อย เด็กน้อยนั่งจองโทรทัศน์พร้อมจอยเกมในมือ ท่าทางเอาจริงเอาจัง

จนไม่สามารถเข้าไปแทรกกลางได้ ความรู้สึกแปลกแยกก่อตัวขึ้นในหัวใจผู้เป็นพ่อ

ปกติแล้วทัตสึยะไม่เคยจะรู้สึกอะไรกับการถูกกันอยู่วงนอก แต่เพราะความฝันเมื่อเช้าทำให้เขาไม่อยากอยู่คนเดียว

แม้กระทั่งเสียงร่ำร้องลึกๆอยากให้ลูกชายหันกลับมาสนใจตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขานั่งจ้องมองแผ่นหลังเด็กทั้งสองเงียบๆ พร้อมกีตาร์ในมือ ลมหายใจยาวผ่อนออกมา

คงมีแต่เจ้านี่อยู่เป็นเพื่อนไปก่อนเท่านั้น กว่าเพื่อนร่วมห้องจะเลิกงานเกือบชั่วโมง

ปลายนิ้วไล่สายกีตาร์ออกมาเป็นท่วงทำนองผสมปนเปกับเสียงจากโทรทัศน์ซึ่งตัวละครกำลังต่อสู้กันอย่างจริงจัง

สีสันสดใส ภาพเคลื่อนไหวรวดเร็วเร่งเร้าจิตใจผู้เล่นเป็นอย่างดี แรงดึงดูดจอมปลอมจะหรือจะบรรยากาศรอบตัวอันหนักอึ้ง

จนทำให้เด็กน้อยสัมผัสได้

ยูโตะ หลังจากแอบมองไปด้านหลังเพียงแวบเดียว เขาไม่อยากขัดจังหวะเพื่อน แต่ก็ส่งเสียงเรียกออกไป

มีอะไร ยามะจัง ลูกชายเจ้าของบ้านยังไม่หยุดนิ้วกดปุ่มอย่างตั้งใจ

แม้ว่าคู่ต่อสู้อีกฝ่ายจะหยุดนิ่งปล่อยให้ตัวละครถูกทำร้ายฝ่ายเดียว

คือ เราเข้านอนกันดีกว่าไหม

ประโยคคำถามกึ่งชักชวน ทำให้ยูโตะชะงักหยุดการกระทำทุกอย่าง และสัมผัสเสียงเพลงจากเบื้องหลัง

ละสายตาจากเพื่อนข้างๆมองตรงไปยังโซฟา พ่อของเขาประคองกีตาร์ไล้เส้นเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ฟังแล้วรู้สึกเหงา

และเศร้าเหมือนเพลงที่แม่เคยร้องออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน แต่นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ยิน

ดวงตาสีเข้มเหม่อลอย ริมฝีปากปิดแน่นปล่อยให้เครื่องดนตรีเปล่งเสียงร้องแทนตัวเอง

ห้วงรำลึกย้อนเลยข้ามฝั่งไปยังอีกซีกโลก หอไอเฟลยามกลางคืนประดับดวงไฟสวยงาม

ดูสูงส่งจนไม่สามารถเอื้อมสัมผัสถึงปลายยอดได้ เพียงแค่ปีนขึ้นไปแล้วมองลงมา หัวใจเต้นรัวแรงเหมือนขาดใจ

แต่เป็นความรู้สึกเพียงชั่ววูบเท่านั้น ความอบอุ่นจากเบื้องหลังจะปลอบโยนให้หายหวาดหวั่นจากความกลัว




แค่ถูกปล่อยให้อยู่บนหอคนเดียว ทำหน้าเหมือนถูกผลักลงมาแล้วอย่างนั้นแหละ

นายยังไม่ได้ตายซะหน่อย แต่ถ้าอยากกระโดดลงมา ฉันจะรอรับอยู่ข้างล่างเอง


หลังจากนั้นจากการเฝ้ามองดูหอคอยสูง กลายเป็นการเดินชมวิถีชีวิตของผู้คนรอบๆไฮด์ปาร์ค

1 ปีที่ฝรั่งเศสและ1 ปีที่อังกฤษ ราวกับความฝัน แต่ยังฝังลึกอยู่ในช่วงเวลาแห่งความจริงตราบจนทุกวันนี้

ถึงเวลาเปิดกล่องแห่งความทรงจำอันเจ็บปวดที่บ้านเกิดของตัวเองซักที เขาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว

อย่างน้อยตอนนี้ลูกชายก็อยู่ด้วย

เข็มนาฬิกาในสมองของทัตสึยะเดินตามปกติอีกครั้ง จนกระทั่งรู้ตัวว่ามีสายตา 2 คู่จ้องมอง

ภาพในจอโทรทัศน์ยังคงอยู่ที่ฉากต่อสู้เช่นเดิม แต่มันไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างใด

เลิกเล่นกันแล้วเหรอ ยังไม่ถึงเวลาที่กำหนดไว้เลย ทัตสึยะวางกีตาร์ลงบนโซฟา ลุกขึ้นเดินไปหาลูกชาย

ยามะจังง่วงแล้วครับ ยูโตะโยนให้เพื่อนรับหน้าที่ต่อ เรียวสึเกะยิ้มรับน้อยๆ ดวงตาหรี่เล็กลงเหมือนกำลังจะหลับได้ทันที

ผมก็ง่วงแล้วเหมือนกัน ว่าแล้วเจ้าลูกชายอ้าปากหาวประกอบ ทัตสึยะอมยิ้มน้อยๆให้กับความน่าเอ็นดู

ถ้างั้นก็ไปนอนเถอะ ยามาดะคุงจะค้างที่นี่ก็ได้นะ

เขาเอ่ยชวนโดยเดาจากสถานการณ์งานเร่งข้างบน คงทำให้เด็กร้อนรุ่มจนนอนไม่สบายเท่าไหร่

คุณพ่อจะออกไปรับแม่นี่นา ปล่อยให้ยามะจังกลับบ้านผมก็ต้องนอนคนเดียวน่ะสิ

เด็กชายยูโตะรีบส่งสายตาอ้อนไว้ก่อน แถมเผื่อแผ่ให้เพื่อนตัวเอง อย่างนี้จะไม่ใจอ่อนได้ไง

จะโตเป็นหนุ่มอยู่แล้ว กลัวอะไรอีก ไปแปรงฟันเข้านอนได้แล้ว ตรงนี้ เดี๋ยวพ่อเก็บเอง

ไม่เป็นไรครับ ผมกับยามะจังเก็บเอง พ่อรีบไปรับแม่เถอะ กว่าจะไปส่งแม่อีกคงดึก

เหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังตามคำบอกของลูกชาย ใกล้ถึงเวลามิกะเลิกงานแล้ว

อีกไม่นานโชะองกับทาดะจังจะเลิกงาน ทางนี้คงไม่มีอะไรน่าห่วง แต่คนที่จะไปรับนี่สิ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง

อืม พ่อไปก่อนแล้วกัน ราตรีสวัสดิ์ ล็อคกลอนให้เรียบร้อยนะ สั่งเสร็จรีบใส่รองเท้าปิดประตูออกไป

ยูโตะ เราเก็บเลยนะ เรียวสึเกะทำท่าเป็นสาละวนอยู่กับเครื่องเกม แต่จริงๆยังไม่ได้จัดการอะไรเลยซักอย่าง

ไว้มาเคลียร์วันอื่นก็ได้ ไม่เป็นไรเนอะยามะจัง

ลูกชายเจ้าของห้องเดินไปล็อคประตูตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด แล้วเข้ามาช่วยเพื่อนเก็บของ

เราไม่เป็นไรหรอก เอ่อ...

ถึงจะอายุแค่ 10 ขวบแต่เรียวสึเกะกลับจับความรู้สึกของคนอื่นได้เร็วเป็นพิเศษ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

แต่คิดว่าพ่อของเพื่อนคงมีเรื่องไม่สบายใจ

ทำตัวเป็นเด็กดี คือ สิ่งที่เราทำได้ ยูโตะยิ้มโชว์ฟันเรียงสวย คาดว่าคำพูดคงถอดแบบมาจากมิกะซังอีกแน่ๆ

แม่เราบอกไว้ เพราะงั้นแปรงฟันแล้วเข้านอนกันดีกว่า ยูโตะคว้าข้อมือเพื่อนเดินนำเข้าห้องน้ำ

การเลี้ยงดูของพ่อแม่อาจมีวิธีการแตกต่างหลากหลาย แต่สุดท้ายนอกจากต้องการให้เติบโตเป็นคนดีแล้วยังสอนให้

เข้มแข็ง เพราะความเป็นจริงของการมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องสวยงามเสมอไป

สถานีรถไฟยังคงมีผู้คนพลุ่กพล่านเหมือนทุกวัน แม้ว่าเวลาจะค่อนข้างดึกแล้วก็ตาม

บางคนมุ่งหน้ากลับบ้านหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน และมีไม่น้อยที่เดินสวนทางมาหาความสนุกสนานยามค่ำคืน

ย่านการค้าเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงหลากประเภท ทัตสึยะเดินผ่านถนนใหญ่ เลี้ยวเข้าซอยซึ่งค่อนข้างห่าง

จากแหล่งท่องเที่ยวพอสมควร มีผับเล็กๆตั้งอยู่อย่างสันโดษ ความเงียบที่น่าหลงไหล ถ้าได้ค้นพบที่นี่แล้ว

ไม่ว่าอย่างไรต้องแวะเวียนมาอีก สุดท้ายกลายเป็นขาประจำอย่างไม่รู้ตัว

ป้ายหน้าร้าน Crescent moon เขียนไว้ว่า จองทั้งร้าน ทัตสึยะจึงไม่เดินเข้าไปเหมือนอย่างเคยทุกครั้งเวลามารับมิกะ

เขาคิดว่างานเลี้ยงภายในคงต้องการความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะวันนี้ เสียงคุ้นหูลอดออกมาแผ่วเบาคลอด้วยเสียงเปียโน

กังวานไพเราะ ไม่ว่าฟังกี่ครั้งยังสื่อถึงความรู้สึกไม่เคยเปลี่ยน

ถ้าเป็นเสียงเปียโนของนาย จะยิ่งทำให้เพลงเพราะกว่านี้อีก

ทัตสึยะเคลิบเคลิ้มจนลืมสังเกตุสิ่งรอบข้าง กลิ่นบุหรี่คุ้นจมูกเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำไมไม่นึกเอะใจซักหน่อย

ไฮด์ซัง

ยังไม่ทันได้เผชิญหน้ากันตรงๆ รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ใช่ว่าจะจดจำกลิ่นนิโคตินที่ห่างหายมา 2 ปีได้แม่นยำหรอก

แต่เพราะเพิ่งเจอกันเมื่อวานพร้อมกับบุหรี่ประจำตัวนั่นเอง ทำให้เดาได้อย่างถูกต้อง

เมื่อวานก็ปล่อยให้ฉันรอหน้าร้าน แล้วแอบหนีออกทางข้างหลัง แต่วันนี้ฉันไม่นึก่างสันทัดขยับเสื้อโค้ทยาว ก่อนจะยกไลท์เตอร์ขึ้นจุดบุหรี่อีกครั้ง

ไม่นึกว่ามา.... ทัตสึยะทวนคำ แต่ก็ยืนรอหน้าร้าน ไม่ใช่เหรอครับ

สายตาเหลือบมองเห็นซากบุหรี่ถูกขยี้ทิ้ง เรียงรายรอบเท้าของคู่สนทนา ช่างมุ่งมั่นดีเหลือเกินนะ

ฉันกลับมาแล้ว จะไม่กล่าวต้อนรับหน่อยหรือไง

ไฮด์ไม่ได้ตั้งใจเลี่ยงตอบคำถาม แต่เขาตั้งใจจะได้ยินคนตรงหน้ากล่าวยินดีกับการกลับมาของเขา

ทัตสึยะขมวดคิ้ว ถ้าต้องการพูดแค่นี้ คงไม่ต้องดักรอเขาที่ทำงานจนร้านปิดหรอก

คงมีคนกล่าวต้อนรับเยอะแยะแล้วมั้งครับ งานเลี้ยงส่วนตัวไม่ได้จัดขึ้นเพื่อคนๆนี้หรือไง แต่คนสำคัญกลับหนีออกมา

นายยังใจร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ กล่าวตัดพ้อกึ่งเล่นกึ่งจริง

เก็บไว้ใช้กับตัวเองดีกว่านะครับ คำนั้นน่ะ

อีกฝ่ายตอกกลับอย่างรู้นิสัยกันดี ทำมาเป็นว่าคนอื่น ถ้าตัวเองใจดีคงไม่ตามเพื่อเจอหน้าเขาแบบนี้

ฉันตั้งใจจะมาฟังนายพูดว่า กลับมาแล้วเหรอครับ ยังยืนยันเจตนาเดิมไม่เปลี่ยน

กลับมาแล้วเหรอ กลับเป็นเสียงหวานห้วนสั้นพูดแทรกขึ้น

เชิญกลับเข้างานได้แล้วค่ะ ไฮด์ซัง ทุกคนข้างในกำลังรอคุณอยู่

ถ้าภรรยากล่าวต้อนรับกลับบ้านแบบนี้ ไม่ค่อยน่ายินดีเท่าไหร่นะ คนถูกเชิญยืนนิ่งสูบบุหรี่อย่างไม่ทุกข์ร้อน

ฉันพูดก็เหมือนทัตสึยะพูดแหละค่ะ เชิญ

มิกะยังคงสีหน้าเดิมไม่เปลี่ยน ผายมือเชิญแขกพิเศษของร้านอย่างเนือยๆ ราวกับว่ามาทำตามหน้าที่เท่านั้น

เลิกงานแล้วเหรอ ทัตสึยะพูดทำลายบรรยากาศแห่งความอึดอัด

อืม ยูโตะล่ะ กลิ่นบุหรี่ยังคงวนเวียนรบกวนทั้งคู่อยู่ไม่ห่าง

ให้นอนค้างที่ห้องฉันแหละ พรุ่งนี้จะไปส่งเอง

มิกะหัวเราะออกมาเบาๆ นึกแล้วไม่มีผิด ลองทัตสึยะมารับถึงที่ทำงานก็เพื่อเรื่องเดียวนี่แหละ เจ้าลูกชายตัวแสบ

ถ้าเจ้าของงานไม่ให้กลับล่ะ ก้นบุหรี่ถูกเขวี้ยงลงบนพื้น รองเท้าหนังสีดำตามไปขยี้ดับไฟแดงตรงปลายมวนให้ดับสนิท

นักร้องประจำร้านไม่อยู่จะให้ใครร้องเพลงให้ฟังล่ะ คนร่างเล็กเดินเข้ามาแทรกกลางบทสนทนาในครอบครัว

ฉันเลิกงานแล้วค่ะ สีหน้าถูกปรับให้กลับมาเฉยนิ่ง

ความจริงเลยเวลามานานแล้วด้วย ถ้าบอกว่าลูกชายรออยู่เจ้าของร้านคงจะอนุญาต

ไม่บอกว่าสามีมารอรับด้วยล่ะ ไฮด์นึกสนุก ช่างปรับอารมณ์ได้เร็วจริงๆนะมิกะจัง

ไฮด์ซัง ทัตสึยะก้าวขึ้นมายืนบังหญิงสาว คุณเจอผมแล้ว มีอย่างอื่นอยากจะพูดอีกหรือเปล่าครับ

เจ้าของชื่ออดยิ้มออกมาไม่ได้ เพราะมีคนต้องปกป้องเลยกล้าจะออกมาจากเกราะกำบังของตัวเองสินะ

ก่อนกลับมาจากลอนดอน ฉันแวะไปที่ฝรั่งเศสมา

ประโยคสั้นๆราวกับหยุดลมหายใจของอีกสองคนได้ ชายหนุ่มหลับตาแน่นรอฟังคำบอกเล่า

ส่วนหญิงสาวค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นมาข้างหน้า

คุณต้องการอะไร น้ำเสียงอันไพเราะจับใจผู้ฟังเวลาร้องเพลง กลับเยือกเย็นบาดใจยิ่งกว่าตอนพูดต้อนรับ

ฉันแค่แวะมาทักทายและส่งข่าวเท่านั้น

ทั้ง 3 คนตีสีหน้าเฉยสนิทไม่ต่างกัน หากแต่ใครจะรู้ว่าในใจคิดอะไรกันอยู่บ้าง

เรียบร้อยแล้ว ก็เชิญ มิกะพูดพร่ำอยู่คำเดียวราวกับท่องมนตร์ จะไปไหนก็รีบไป

แม้ว่าทัตสึยะจะไม่พูดอะไรออกมาอีกเลยหลังจากฟังคำทักทายและการส่งข่าว แต่หญิงสาวรู้ดีกว่าใคร

ใบหน้านิ่งๆนั้นซ่อนความรู้สึกไม่ได้ทั้งหมด เบือนหน้าหลบดวงตายาวรีของมิกะและประกายตาสีน้ำตาลเข้มของไฮด์

อย่ามองเขาแบบนั้น มันยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนน่าสมเพชยึดติดกับอดีตไม่เคยเปลี่ยน

จริงๆแล้ว ยังมีอีกเรื่อง คนเพิ่งกลับมาบ้านเกิดพูดขัดขึ้นมาอีกรอบ ทำให้มิกะหันมาจ้องหน้าอย่างกินเลือดกินเนื้อ

เธอคิดจะร้องเพลงอยู่ที่ผับไปตลอดชีวิตหรือไง ประเด็นหัวข้อถูกเปลี่ยนไปยังหญิงสาวแทนจนตั้งรับไม่ทัน

ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ ปลายหางเสียงลงต่ำ เพิ่มความเข้มข้นของอารมณ์จนทำให้คนยืนข้างๆกันต้องหันกลับมา

อยู่ที่ซากิด้วย? ประโยคคำถามส่งไปหาอีกคน ทัตสึยะส่ายหน้าปฏิเสธ

นึกเดาไม่ออกว่าตกลงแล้วการพบกันอย่างบังเอิญแบบจงใจของชายร่างเล็ก มีจุดประสงค์ใดกันแน่

อืม เอาเป็นว่าฉันต้องการเธอทั้งสองคน แต่ว่าตอนนี้ขอมิกะจังก่อนแล้วกัน

สายตาคมสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจดเท้า รูปร่าง หน้าตา รวมทั้งน้ำเสียง

มัวแต่จมปลักอยู่กับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว สู้ให้สาดฉายแสงเป็นพระอาทิตย์ยังดีซะกว่า

ไม่ได้ บุคคลที่ 4 ก้าวออกมาเข้าร่วมวงสนทนาด้วย ใบหน้าคมเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ

แม้ว่าการวิ่งจะทำให้เสียงหอบสั่นแต่ยังคงหนักแน่นในคำพูด

ไฮด์มองคนมาใหม่อย่างสนใจ ชายหนุ่มรูปร่างสูงกว่าเขาและทัตสึยะ จะมองให้เท่แบบผู้ชาย หรือละม้ายคล้ายผู้หญิง

ก็เป็นได้ทั้งสองแบบ

ทาดะจัง

ทัชชง

ทั้งมิกะและทัตสึยะเรียกชื่ออกมา ทำให้เดาได้ไม่ยาก

ทาดาโยชิเองเหรอ นึกแล้วจากที่นายเคยเล่าให้ฟัง คนนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่ยูอิจิ กะพริบตาปรับโฟกัสมองให้ชัดเจนมากขึ้น

จะเป็นใครก็ช่าง แต่เรื่องที่คุณพูดเมื่อกี้ หมายความว่ายังไง ถึงจะถูกเปลี่ยนประเด็นแต่โอกุระยังจำได้แม่นยำ

นายอยู่ซกากิด้วยใช่ไหม คนพยักหน้ารับยังคงเป็นทัตสึยะเช่นเคย

เอาเป็นว่าถ้ามิกะจังไม่อยู่กับวงพวกนาย ฉันจะหาที่ที่เหมาะสมกับเขา เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ถึงคราวของPsyche

เอ๊ะ สามเสียงประสานขึ้นมาพร้อมกัน

อย่าลืมสิว่าฉันเป็นใคร อ้อ พวกนายคงจะจำว่าฉันเป็นแค่ไฮด์ซังสินะ

คนตัวเล็กส่ายหัวให้ตัวเอง เฮ้อ ใครๆก็ไม่สนใจ

เจอกันครั้งแรกนายอาจไม่ประทับใจฉันเท่าไหร่นัก ทาดาโยชิคุง แต่กลับมาบ้านเกิดมีแต่เรื่องดีๆทั้งนั้น

คิดเหมือนฉันไหมทัตสึยะ ว่าไงมิกะจัง ทิ้งท้ายก่อนเดินกลับเข้าไปยัง Crescent moon

พระจันทร์สีซีดดูไม่สดใสหม่นหมองพอๆกับคนที่ยืนข้างนอก เจอกันกี่ครั้งก็มีแต่เรื่องยุ่งยากไม่เปลี่ยนเลย

คราวนี้ดูเหมือนทัตสึยะจะไม่ใช่ ของเล่น ชิ้นเดียวของไฮด์ซังอีกต่อไป

ในเมื่อเจอคนที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ไม่รู้ว่าคิดผิดไปหรือเปล่ากับคืนนั้นคืนเดียวที่ลอนดอนระหว่างเขากับไฮด์

__________________________________to b con___________________________________________



Talk

กลับมาแล้ว หลังจากทิ้งช่วงให้รอกันนาน(รึเปล่า) เอาเป็นว่าต่อPiecesก่อนก็เพราะว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของมิกะ ตัวละครที่เราเอามารวมอยู่ในฟิคหดหู่เรื่องนี้
ความตั้งใจเดิมสำหรับเรื่องนี้ยังไม่เปลี่ยน สงสัยอะไรแนะนำให้กลับไปอ่านช่วงTalkตอนProlouge ^^
กังวลก็แต่สำนวนภาษาดูจะติดๆขัดๆเหมือนหุ่นที่ไม่ได้หยอดน้ำมัน ข้อต่อเลยเสื่อมไปบ้าง ส่วนใครที่ยังงงก็จงงงต่อไป(ง.งูเยอะมาก) เพราะฟิคของh-bloodจะรู้เรื่องอีกทีก็ตอนจบนู่นแหละและแนะนำให้อ่าน 2 รอบด้วย

Primo เป็นศัพท์ภาดนตรีสากล แปลว่า ที่หนึ่ง จึงนำมาตั้งเป็นชื่อตอน เพราะฉะนั้นตอนที่ 2 และตอนอื่นๆก็จะมีชื่อประหลาดอย่างนี้ต่อไป

ฝากให้คอมเมน์เช่นเดิมครับ ของคุณมาก

h-blood